การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร

 

                  กรุงเทพมหานคร ได้นำมาตรการต่างๆ เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ มาตรการแรก คือ อาคารสถานประกอบต่างๆ เข้ามาบำบัดจนได้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ คลอง และแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2534 โดยวิธีการประกวดราคา จ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้าง (Turnkey) โดยรัฐบาลได้ร่วมออกค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมขนาดใหญ่ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมขนาดใหญ่ และเปิดเดินระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ โรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา รัตนโกสินทร์ ช่องนนทรี หนองแขม ทุ่งครุ ดินแดง และจตุจักร โดยครอบคลุมพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียรวม 191.74 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่รวม 20 เขตการปกครอง และมีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียได้ 992,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็น 42 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นในเกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ได้มีการวางแผนดำเนินการโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษทางน้ำรุนแรงต่อไป เช่น พื้นที่เขตพระโขนง คลองเตย บางนา ห้วยขวาง วัฒนา บางซื่อ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางพลัด คลองสาน และธนบุรี เป็นต้น

                  มาตรการที่สอง คือ การประชาสัมพันธ์ เป็นมาตรการที่กรุงเทพมหานครดำเนินการควบคู่ไปกับการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้ความรู้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ และชุมชน ในเรื่องของปัญหามลพิษทางน้ำ เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องน้ำเสีย และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชาวกรุงเทพมหานครทุกคนที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของแหล่งน้ำ ตลอดทั้งให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์และแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ  ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในกลุ่มบุคคลต่างๆ เหล่านี้ไปเป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครและในการดำเนินการมาตรการดังกล่าวจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง และจริงจังโดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง

                  จากมาตรการดังกล่าวข้างต้น ยังมีภาระสืบเนื่องให้กรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบ  คือ เมื่อมีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว ต้องมีการเดินระบบบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอีกจำนวนมาก ซึ่งการเดินระบบบำบัดน้ำเสียรวมของกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 แห่ง ได้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานครเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย ประมาณปีละ 450 ล้านบาท กรุงเทพมหานครได้ตระหนักในภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้เช่นเดียวกับรัฐบาลที่เล็งเห็นปัญหานี้ในระดับประเทศเช่นเดียวกัน จึงได้กำหนดนโยบายไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (พ.ศ. 2535 – 2539) ระบุให้ท้องถิ่นเร่งจัดการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ โดยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและพิจารณาจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ตามหลักการที่ว่า ผู้ใดก่อให้เกิดมลภาวะ ผู้นั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำบัดมลภาวะนั้น (Polluter-Pay-Principle)

                  กรุงเทพมหานคร ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว และพิจารณานำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ โดยมุ่งหวังนำเงินค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียมาเป็นต้นทุนในการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย และเราหวังเช่นเดียวกับชาวกรุงเทพมหานครและทุกคนที่อยากเห็นน้ำในคูคลอง นอกจากนี้เรายังคาดว่าผลพลอยได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย คือประชาชนจะใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดยิ่งขึ้น เมื่อตระหนักในภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เราหวังว่าผลตอบแทนเป็นต้นทุนให้กรุงเทพมหานครใช้เป็นค่าใช้จ่าย    เดินระบบบำบัดน้ำเสียคงเทียบไม่ได้กับผลที่ชาวกรุงเทพมหานครจะได้กับสิ่งแวดล้อมที่ดีคืนมา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของกรุงเทพมานครดีขึ้น

                  ภารกิจอันดับแรก คือ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร   เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2547 โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครและได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม (2) 121 ตอนพิเศษ 61ง ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2547 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2547 และสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้จัดทำร่างประกาศกรุงเทพมหานครและร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร เรื่องที่สืบเนื่องกับข้อบัญญัติฯ ดังกล่าว จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย

1.   ร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่ที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย

2.  ร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร

3.   ร่างประกาศกรุงเทพมหานคร  เรื่อง กำหนดสถานที่รับชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร

4.   ร่างประกาศกรุงเทพมหานคร  เรื่อง วิธีคำนวณจำนวนน้ำที่ใช้แหล่งกำเนิดน้ำเสียที่ไม่อาจใช้เครื่องอุปกรณ์วัดจำนวนน้ำที่ใช้ได้

5.   ร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร  ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียสำหรับแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งสามารถบำบัดน้ำเสียจนได้น้ำทิ้ง พ.ศ.....

                  ซึ่งร่างประกาศกรุงเทพมหานครและร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 ฉบับดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกลุ่มภารกิจด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอประกาศกรุงเทพมหานครและระเบียบกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 ฉบับ ดังกล่าว ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาลงนามในประกาศและระเบียบฯ ดังกล่าว เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ต่อไป

 

 

โดยร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่ที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้กำหนดไว้ ดังนี้

บริเวณที่ 1  เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำรัตนโกสินทร์ ครอบคลุมพื้นที่เขตพระนคร   ได้แก่  แขวงชนะสงคราม แขวงวัดบวรนิเวศน์ แขวงเสาชิงช้า  แขวงวัดราชบพิตร  แขวงตลาดยอด  แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ  แขวงสำราญราษฎร์  แขวงพระบรมมหาราชวัง  และแขวงบูรพาภิรมย์ 

บริเวณที่  2  เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา ครอบคลุมพื้นที่       3 เขตการปกครอง คือ

2.1 เขตป้อมปรามศัตรูพ่าย  ได้แก่ บางส่วนของแขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย บางส่วนของแขวงวัดเทพศิรินทร์ 

2.2  เขตสัมพันธ์วงศ์  ได้แก่   แขวงตลาดน้อย และบางส่วนของแขวงสัมพันธ์วงศ์ 

2.3 เขตบางรัก  ได้แก่   แขวงมหาพฤฒาราม 

บริเวณที่ 3 เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี ครอบคลุมพื้นที่   4 เขตการปกครอง  คือ

 3.1  เขตบางรัก ได้แก่  แขวงสี่พระยา  แขวงสุรวงศ์  แขวงสีลม  บางส่วนของแขวงบางรัก 

 3.2   เขตสาธร  ได้แก่  แขวงยานนาวา  แขวงทุ่งวัดดอน  แขวงทุ่งมหาเมฆ 

 3.3   เขตบางคอแหลม  ได้แก่  แขวงพระยาไกร  แขวงบางโคล่  แขวงบางคอแหลม 

 3.4  เขตยานนาวา  ได้แก่  แขวงช่องนนทรี  แขวงบางโพงพาง 

บริเวณที่ 4  เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง ครอบคลุมพื้นที่ 8 เขตการปกครอง  คือ

4.1 เขตดุสิต  ได้แก่ แขวงวชิรพยาบาล  แขวงดุสิต  แขวงสวนจิตรลดา  และบางส่วนของแขวงถนนนครไชยศรี

4.2 เขตพญาไท  ได้แก่  บางส่วนของแขวงสามเสนใน 

4.3 เขตดินแดง  ได้แก่  ส่วนใหญ่ของแขวงดินแดง

4.4 เขตราชเทวี  ได้แก่ แขวงทุ่งพญาไท แขวงถนนพญาไท แขวงถนนเพชรบุรี และบางส่วนของแขวงมักกะสัน 

4.5 เขตพระนคร  ได้แก่  แขวงวัดสามพระยา  แขวงบางขุนพรหม  และแขวงบ้านพานถม 

4.6 เขตปทุมวัน ได้แก่  แขวงลุมพินี  แขวงปทุมวัน  แขวงวังใหม่  และแขวงรองเมือง 

4.7 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้แก่  แขวงบ้านบาตร  แขวงคลองมหานาค  บางส่วนของแขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย  และบางส่วนของแขวงวัดเทพศิรินทร์ 

4.8 เขตสัมพันธ์วงศ์ ได้แก่  แขวงจักรวรรดิ และบางส่วนของแขวงสัมพันธ์วงศ์ 

 

บริเวณที่ 5  เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำจตุจักร  ครอบคลุมพื้นที่  4 เขตการปกครอง  คือ

5.1  เขตจตุจักร ได้แก่  ส่วนใหญ่ของแขวงลาดยาว 

5.2  เขตพญาไท ได้แก่  บางส่วนของแขวงสามเสนใน

5.3  เขตห้วยขวาง  ได้แก่ บางส่วนของแขวงสามเสนนอก 

5.4  เขตดินแดง  ได้แก่  บางส่วนของแขวงดินแดง

บริเวณที่ 6 เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำหนองแขม  ครอบคลุมพื้นที่  3 เขตการปกครอง  คือ

6.1 เขตหนองแขม  ได้แก่ บางส่วนของแขวงหนองค้างพลู และบางส่วนของแขวงหนองแขม 

6.2 เขตบางแค ได้แก่ แขวงบางแคเหนือ บางส่วนของแขวงบางแค และบางส่วนของแขวง

หลักสอง

6.3 เขตภาษีเจริญ  ได้แก่ แขวงบางด้วน  แขวงบางจาก  บางส่วนของแขวงบางแวก  บางส่วนของแขวงคูหาสวรรค์  บางส่วนของแขวงปากคลองภาษีเจริญ  บางส่วนของแขวงบางหว้า  บางส่วนของแขวงคลองขวาง 

บริเวณที่ 7 เขตพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำทุ่งครุ  ครอบคลุมพื้นที่      3 เขตการปกครอง  คือ

7.1 เขตจอมทอง ได้แก่   แขวงจอมทอง และแขวงบางมด 

7.2 เขตทุ่งครุ  ได้แก่ แขวงทุ่งครุ 

7.3 เขตราษฎร์บูรณะ  ได้แก่ แขวงราษฎร์บูรณะ และแขวงบางปะกอก

 

 

 

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามบัญชีแนบท้าย

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2547

 

ประเภทอาคาร

อัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย

(บาท/ลูกบาศก์เมตร)

. ที่อยู่อาศัยที่มีปริมาณน้ำเสียเกิน ๑๐ ลบ../เดือน

. สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สำนักงาน และที่ทำการ

. ศาสนสถาน สถานสาธารณกุศล สถานศึกษา

. โรงพยาบาล สถานพยาบาล

. โรงแรม

. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า อาคารแสดงสินค้า

. ตลาด

. ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่บริการรวมกันของทุกชั้นไม่เกิน ๑๐๐ ตร..

    ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่บริการรวมกันของทุกชั้นเกิน    ๑๐๐ ตร.

. สถานอาบ อบ นวด

๑๐. อาคารเพื่อประกอบการธุรกิจ หรือกิจการพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่

        ประกอบการไม่เกิน ๑๐๐ ตร..

      อาคารเพื่อประกอบการธุรกิจ หรือกิจการพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่

        ประกอบการเกิน  ๑๐๐ ตร..

 

๑๑. สถานประกอบการที่มีกิจการหลายประเภทอยู่ในอาคารเดียวกัน

๑๒. โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

        ๑๒.  โรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียไม่เกิน ๒๐๐ ลบ../เดือน

        ๑๒.  โรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียเกิน ๒๐๐ ลบ../เดือน

                       แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ลบ../เดือน

        ๑๒.  โรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียเกิน ๕๐๐ ลบ../เดือน

                

 

. 

.

๑๓. แหล่งกำเนิดน้ำเสียอื่น

 

 

 

สถานที่รับชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย

            - สำนักงานเขต 50 เขต

            - สำนักงานใหญ่ของการประปานครหลวง  และสำนักงานประปาสาขา 16 แห่ง

1)  สำนักงานประปาสาขาสุขุมวิท

2)  สำนักงานประปาสาขาพระโขนง

3)  สำนักงานประปาสาขาสมุทรปราการ

4)  สำนักงานประปาสาขาแม้นศรี

5)  สำนักงานประปาสาขาพญาไท

6)  สำนักงานประปาสาขาทุ่งมหาเมฆ

7)  สำนักงานประปาสาขาลาดพร้าว

8)  สำนักงานประปาสาขานนทบุรี

9)  สำนักงานประปาสาขาประชาชื่น

10)  สำนักงานประปาสาขาบางเขน

11)  สำนักงานประปาสาขาตากสิน

12) สำนักงานประปาสาขาบางกอกน้อย

13)  สำนักงานประปาสาขาภาษีเจริญ

14)  สำนักงานประปาสาขาบางบัวทอง

15)  กองประปามีนบุรี

16)  สำนักงานใหญ่ถนนประชาชื่น

 

                  ภารกิจอันดับที่สอง คือ การจัดเตรียมระบบงานเพื่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานครมีนโยบายใช้ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียจากหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่แล้ว ได้แก่ การประปานครหลวง เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ ประกอบกับกรุงเทพมหานครต้องใช้ฐานข้อมูลผู้ใช้น้ำประปาจากการประปานครหลวง นำมาคิดคำนวณค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียกับประชาชน โดยกรุงเทพมหานคร ได้ประสานงานกับการประปานครหลวง ในการจัดทำฐานข้อมูลผู้ใช้น้ำประปาร่วมกันในระยะเริ่มต้น และจัดส่งข้อมูลผู้ใช้น้ำประปาให้กับกรุงเทพมหานคร นำไปปรับปรุงจัดทำฐานข้อมูลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียในแต่ละรอบบัญชีของแต่ละเดือน เพื่อดำเนินการตั้งหนี้ แจ้งหนี้ รับชำระเงิน ออกใบเสร็จรับเงิน ตัดหนี้ ติดตามหนี้ และเพื่อให้การดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้จัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย เพื่อจัดเก็บจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำ 7 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 20 เขตการปกครอง โดยได้ดำเนินการว่าจ้างกิจการร่วมค้าพีแอนด์ที อีโวเนอร์จี เป็นผู้ดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์เพื่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร ตามสัญญาเลขที่ สนน. 25/2549 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2549 กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน วงเงิน 11,300,00.- บาท (สิบเอ็ดล้านสามแสนบาทถ้วน) ได้มีการขยายสัญญาโครงการฯ ครั้งที่ 1 เป็นเวลา 90 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 18 สิงหาคม 2549 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นเวลา 55 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 12 ตุลาคม 2549 ซึ่งขณะนี้สำนักการระบายน้ำ อยู่ระหว่างเตรียมการในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียจริง ต่อไป

                  ซึ่งเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียดังกล่าว สามารถชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้ ณ กองการเงิน สำนักการคลัง และสำนักงานเขต 50 แห่งของกรุงเทพมหานคร ตลอดทั้งสำนักงานใหญ่ และสำนักงานประปาสาขาของการประปานครหลวง รวม 16 แห่ง โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

                  1. การประปานครหลวง ทำหน้าที่จัดส่งข้อมูลปริมาณการใช้น้ำประปารายเดือนของเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำ 7 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 20 เขตการปกครองให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อคำนวณค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย  แล้วจัดพิมพ์ใบแจ้งหนี้ พร้อมทั้งจัดส่งใบแจ้งหนี้ทางไปรษณีย์ และเป็นตัวรับชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย   สำนักงานใหญ่และสำนักงานประปาสาขาของการประปานครหลวง รวม 16 แห่ง

                  2. กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่จัดทำระบบฐานข้อมูลผู้ใช้น้ำเพื่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่การปกครอง 20 เขตดังกล่าว และคำนวณค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย เพื่อจัดส่งให้          การประปานครหลวงนำไปพิมพ์ใบแจ้งหนี้ และจัดส่งทางไปรษณีย์ต่อไป และเป็นสถานที่รับชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ณ กองการเงิน สำนักการคลัง และสำนักงานเขต 50 แห่ง และตัดข้อมูลลูกหนี้ และติดตามหนี้ ตลอดทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างการประปานครหลวงกับกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของกรุงเพทมหานคร เมื่อแล้วเสร็จจะนำเสนอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว ต่อไป

                  ภารกิจอันดับที่สาม คือ การประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับประชาชนผู้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่ต่อประชาชนโดยเฉพาะการจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหัวใจของงานก่อนการเริ่มต้นดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่มา: สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ ปรับปรุงเมื่อ 1/1/50